ฝากข้อความ
ฝากข้อความเพื่อรับคำปรึกษา คุณจะได้รับ
คำปรึกษาด้านการเงินและภาษีแบบตัวต่อตัว
ข้อมูลเชิงปฏิบัติฟรีสำหรับการขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย
บทวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสของอุตสาหกรรมในประเทศไทย
*
*
*
*
กรมสรรพากรร่วม 8 หน่วยงานตรวจค้น พบราว 600 บริษัทเข้าข่ายต้องตรวจสอบ
2026-10-09

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรมสรรพากรออกข่าวประชาสัมพันธ์ ปชส. 2/2570 แจ้งว่าได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานอื่น ตรวจค้นพร้อมกันสามจุดเป้าหมายในกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติบุคคลที่มี "บุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย" เบื้องต้นพบราว 600 บริษัทมีความเสี่ยงชำระภาษีไม่ครบถ้วน พร้อมย้ำโทษทางอาญาของการหลีกเลี่ยงภาษีและผลต่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

1. แปดหน่วยงานดำเนินการพร้อมกัน

ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการโดยกรมสรรพากรร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมที่ดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจค้นพร้อมกันสามจุดเป้าหมายในกรุงเทพฯ ข่าวประชาสัมพันธ์ออกโดยนางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (ธุรกรรมการเงินและการธนาคาร) ในนามอธิบดี

องค์ประกอบของหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการสะท้อนมิติของการตรวจสอบ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดูแลการจดทะเบียนนิติบุคคลและโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรมการจัดหางานดูแลใบอนุญาตทำงาน ตรวจคนเข้าเมืองดูแลวีซ่าและการพำนัก กรมที่ดินดูแลการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ปปง. ดูแลเส้นทางการเงิน และกรมสรรพากรดูแลการยื่นแบบและการชำระภาษี การจัดการที่มองจากมิติเดียวแล้วไม่พบปัญหา จะถูกเปิดเผยเมื่อนำข้อมูลข้ามหน่วยงานมาเทียบกัน

2. ราว 600 บริษัทอยู่ในรายชื่อตรวจสอบ

กรมสรรพากรระบุว่าเบื้องต้นพบราว 600 บริษัทมีความเสี่ยงชำระภาษีไม่ครบถ้วน ซึ่งการกระทำอาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงภาษี

ควรเข้าใจตัวเลขนี้ให้ถูกต้อง 600 บริษัทคือขอบเขตการตรวจสอบ หมายถึงบริษัทที่ถูกนำเข้าสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่า 600 บริษัทถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิดแล้ว ข่าวประชาสัมพันธ์ใช้คำว่า "มีความเสี่ยงชำระภาษีไม่ครบ" และยังไม่มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้เปิดเผยจำนวนภาษีที่เกี่ยวข้อง

3. บทลงโทษและผลที่ตามมา

กรมสรรพากรอ้างถึงผลสองระดับ

ระดับแรกคือด้านปกครองและสิทธิ การไม่ยื่นแบบและไม่ชำระภาษีเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และอาจส่งผลต่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) สิทธิประโยชน์ BOI หรือใบอนุญาตเฉพาะอุตสาหกรรม ผลกระทบระดับนี้มักรุนแรงกว่าตัวภาษีเอง

ระดับที่สองคือทางอาญา การจงใจหลีกเลี่ยงภาษีเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ 2,000 ถึง 200,000 บาท (มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร)

กรมสรรพากรยังเปิดช่องทางแจ้งเบาะแส ได้แก่ สายด่วน 1161 และเว็บไซต์ www.rd.go.th โดยรับรองการปกปิดตัวตนผู้แจ้งและดำเนินการโดยเร็ว

4. ข้อคิดด้านการปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับบริษัทจีนในไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งไปที่ "กลุ่มนิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยบุคคลที่แปลงสัญชาติเป็นไทย" ไม่ได้มุ่งเป้าที่บริษัทสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง แต่ตรรกะการตรวจสอบใช้ได้กับทุกบริษัทที่มีทุนต่างชาติ และมีสามเรื่องที่ควรตรวจสอบตนเอง

หนึ่ง ความจริงของการถือหุ้นและแหล่งที่มาของเงินทุน ความสามารถหลักของการเทียบข้อมูลข้ามหน่วยงานคือการพิจารณาตัวตนผู้ถือหุ้น หลักฐานการชำระค่าหุ้น เส้นทางการเงิน และสาระทางธุรกิจไปพร้อมกัน ผู้ถือหุ้นไทยในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นมีการลงทุนจริงหรือไม่ มีส่วนในการตัดสินใจทางธุรกิจหรือไม่ และได้รับเงินปันผลจริงหรือไม่ เรื่องเหล่านี้อาจไม่เด่นชัดเมื่อมองจากหน่วยงานเดียว แต่เป็นจุดเน้นในการตรวจสอบร่วม

สอง ความครบถ้วนของการยื่นแบบและความสอดคล้องของบัญชีกับเอกสาร ความเสี่ยงชำระภาษีไม่ครบมักไม่ได้เกิดจากการใช้อัตราผิด แต่เกิดจากการบันทึกรายได้ไม่ครบ ธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ได้กำหนดราคาตามราคาตลาด หรือเอกสารต้นทุนไม่ถูกต้องจนถูกปฏิเสธการหักรายจ่าย

สาม ความเชื่อมโยงระหว่างการต่ออายุใบอนุญาตกับประวัติการปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อการกระทำผิดทางภาษีอาจกระทบการต่ออายุใบอนุญาต บริษัทที่ใกล้ถึงกำหนดต่ออายุ FBL, BOI หรือใบอนุญาตเฉพาะอุตสาหกรรม ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าประวัติการยื่นแบบครบถ้วน ไม่มีภาษีค้างชำระหรือช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ยื่นแบบ

ประเด็นสำคัญ

  1. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรมสรรพากรร่วมกับอีกเจ็ดหน่วยงานตรวจค้นพร้อมกันสามจุดในกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยผู้แปลงสัญชาติเป็นไทย

  2. เบื้องต้นพบราว 600 บริษัทมีความเสี่ยงชำระภาษีไม่ครบ ซึ่งเป็นขอบเขตการตรวจสอบ ไม่ใช่การวินิจฉัยว่ากระทำผิด และยังไม่มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบ

  3. กรมสรรพากรระบุชัดว่าการไม่ยื่นแบบและไม่ชำระภาษีอาจส่งผลต่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทย ซึ่งเป็นผลที่ตามมานอกเหนือจากตัวภาษี

  4. การจงใจหลีกเลี่ยงภาษีเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ 2,000 ถึง 200,000 บาท

  5. การเทียบข้อมูลข้ามหน่วยงานพิจารณาการถือหุ้น เงินทุน วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน อสังหาริมทรัพย์ เส้นทางการเงิน และการยื่นภาษีไปพร้อมกัน การ "ถูกต้อง" ในมุมของหน่วยงานเดียวจึงไม่เท่ากับถูกต้องทั้งหมด

คำแนะนำจาก Z&X

สัญญาณจากปฏิบัติการครั้งนี้คือการเทียบข้อมูลข้ามหน่วยงานได้เริ่มใช้งานจริงแล้ว เราแนะนำให้บริษัทตรวจสอบสามเรื่องก่อน คือ การชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นมีหลักฐานและเอกสารการโอนเงินจริงหรือไม่ การกำหนดราคาธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องมีเอกสารประกอบที่จัดทำในช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่ และก่อนต่ออายุใบอนุญาตมีช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ยื่นแบบหรือไม่ เจ็ดโมดูลของคลังสมองบัญชีและภาษี ที่ปรึกษารายปีของ Z&X ครอบคลุม "การกำกับดูแลของภาครัฐและการรับมือการตรวจสอบ" และ "ธุรกรรมข้ามพรมแดนและการกำหนดราคา" ส่วนการปรับข้อมูลผู้ถือหุ้นและการจดทะเบียนดำเนินการผ่านบริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงของบริการจดทะเบียนและขออนุญาตจัดตั้งบริษัท กรณีใดเป็นความผิดหรือไม่ให้ยึดตามการวินิจฉัยของหน่วยงานที่มีอำนาจ

แหล่งที่มา

  • ปชส. ๒/๒๕๗๐ กรมสรรพากรเข้าร่วมตรวจค้นกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย | กรมสรรพากร | 8 ตุลาคม 2569 | https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news2_2570_01.pdf

  • แถลงข่าวกรมสรรพากร | กรมสรรพากร | https://www.rd.go.th/59.html

Design by winnet.cc

080-964-6222
dongxin@zhongxintax.com